Email ThisPrint This

การกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความสำเร็จในภาพรวมของบริษัทในฐานะที่เป็นองค์กรหนึ่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย บริษัทจึงได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีผ่านการดำเนินงานของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์”) ระเบียบปฏิบัติของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ตลอดจนให้มีความสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการสำหรับบริษัทจดทะเบียนตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (“CG Code”) เพื่อให้บริษัทมีการเติบโตตามวิสัยทัศน์และพันธกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ (“Corporate Governance Policy”) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนขององค์กร และมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ รวมถึง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทดังกล่าว ให้มีความเหมาะสมและเป็นปัจจุบันตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งได้เปิดเผยนโยบายการกำกับดูแลกิจการดังกล่าวบนเว็บไซต์ ของบริษัทด้วยประสงค์ที่จะสื่อสารเจตนารมณ์การดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของบริษัทไปยังสาธารณะ

การสื่อสารและการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทได้มีการสื่อสารและเผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการไปยังกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.ckpower.co.th เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติได้อย่างถูกต้องอันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ทุกภาคส่วนต่อไป

ทั้งนี้ นโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทครอบคลุมเรื่องที่สำคัญตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 5 หมวด ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders)

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญและความเท่าเทียมกันในสิทธิพื้นฐานต่างๆ ของผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นรายย่อยและนักลงทุนสถาบันโดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และมีสิทธิร่วมตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรร เงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน เป็นต้น

นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆ ข้างต้นแล้ว บริษัทยังได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในประเด็นหลัก ดังนี้

  1. การเข้าถึงข้อมูลการประชุมผู้ถือหุ้นและสารสนเทศของบริษัท
    • บริษัทได้แจ้งกำหนดการประชุมผู้ถือหุ้นและระเบียบวาระการประชุมดังกล่าวรวมถึงวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม และรับเงินปันผล (ถ้ามี)ล่วงหน้าผ่านระบบข่าวตลาดหลักทรัพย์และเว็บไซต์ของบริษัททันทีภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติ
    • บริษัทได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน หรือ 14 วัน (แล้วแต่กรณี) โดยหนังสือเชิญประชุมจะมีรายละเอียดระเบียบวาระการประชุมที่ชัดเจน เอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ พร้อมความเห็นของคณะกรรมการบริษัท หนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และรายชื่อของกรรมการอิสระเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ รวมทั้งแผนที่แสดงสถานที่การจัดประชุม รวมถึงจัดให้มีการเปิดเผยหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมผ่านระบบข่าวตลาดหลักทรัพย์และเว็บไซต์ของบริษัทและบริษัทจะจัดทำรายงานการประชุมโดยแสดงข้อมูลอย่างถูกต้อง และสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงข้อซักถามสอบถามที่เป็นประโยชน์จากผู้ถือหุ้นภายใน 14 วันนับจากวันประชุมแล้วเสร็จและนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด พร้อมเผยแพร่ร่างรายงานการประชุมดังกล่าวบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างสะดวก ทั่วถึง และโปร่งใส อีกทั้งได้บันทึกบรรยากาศการประชุมผู้ถือหุ้นบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่มิได้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบข้อมูลและบรรยากาศการประชุมผู้ถือหุ้นทุกปีอย่างเท่าเทียมกัน
    • บริษัทมีนโยบายให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ เพื่อร่วมชี้แจงหรือตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในที่ประชุมและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการซักถามแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับทุกข้อเสนอแนะและน้อมรับเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป
    • บริษัทจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (“แบบ 56-1”) รายงานประจำปี (“แบบ 56-2”) เป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างทั่วถึง โดยได้นำส่งแบบ 56-1 ให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าก่อนครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคมของแต่ละปี และนำส่งรายงานประจำปีในรูปแบบซีดีให้กับผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนครบกำหนดภายใน 120 วันนับแต่สิ้นสุดรอบบัญชี โดยส่งให้กับผู้ถือหุ้นพร้อมเอกสารเชิญประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งเปิดเผยรายงานประจำปีบนเว็บไซต์ของบริษัทรวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นให้สามารถเข้าถึงข้อมูลผลการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที บริษัทได้นำส่งในรูปแบบรูปเล่มสำหรับผู้ถือหุ้นที่แจ้งความประสงค์รับรายงานประจำปีที่เป็นรูปเล่มด้วย
  2. การมีส่วนร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้น
    บริษัทกำหนดสถานที่จัดประชุมที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่มีการคมนาคมสะดวกและสามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้จากหลากหลายเส้นทาง และจัดให้มีการรับรองผู้ถือหุ้น ณ สถานที่ประชุม อีกทั้งได้นำระบบการลงทะเบียนคอมพิวเตอร์ที่สามารถประมวลผลทันทีที่จบวาระการประชุม ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกและสามารถตรวจสอบผลคะแนนได้อย่างแม่นยำและตรวจสอบได้ พร้อมจัดให้มีที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนและตัวแทนผู้ถือหุ้น เพื่อเป็นพยานในการนับคะแนนในแต่ละวาระตลอดระยะเวลาการประชุม โดยมีการแจ้งสัดส่วนคะแนนที่จะต้องได้รับเพื่อให้วาระดังกล่าวผ่านการอนุมัติ รวมถึงคะแนนจริงที่วาระนั้นๆ ได้รับอย่างชัดเจนภายหลังจบการรวบรวมคะแนนในระหว่างการประชุม เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการนับคะแนนและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุมอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเปิดโอกาสให้มีการซักถามข้อสงสัยต่อกรรมการระหว่างการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมได้รับความสะดวกและมีส่วนร่วมกับการประชุมอย่างแท้จริง
  3. การมีส่วนร่วมในการบริหารงาน
    บริษัทแจ้งให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมและบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสระผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์และบนเว็บไซต์ของบริษัทเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนสิ้นปี 2560 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท
    นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดช่องทางให้ผู้ถือหุ้นสอบถามผลการดำเนินงานหรือขอรับเอกสารต่างๆ โดยตรงกับบริษัทได้ตลอดทั้งปีผ่านอีเมล์ของบริษัทที่ ir@ckpower.co.th ด้วย
2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (The Equal Treatment for Shareholders)

บริษัทมีนโยบายในการปฏิบัติและคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นคนไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย ผ่านการดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. การให้ข้อมูลประกอบการประชุมผู้ถือหุ้น
    บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถเสนอวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการล่วงหน้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยการดำเนินการประชุมจะเป็นไปตามข้อบังคับบังคับบริษัทและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะมีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบอย่างชัดเจนในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นที่ได้นำส่งให้กับผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนและเปิดเผยบนเว็บไซต์บริษัทและการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนมีการกล่าวแจ้งต่อผู้ถือหุ้นก่อนเริ่มการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย อีกทั้งบริษัทจัดให้การประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาตามลำดับวาระการประชุมตามที่ได้แจ้งในหนังสือเชิญประชุม โดยจะมีการเสนอรายละเอียดในแต่ละวาระอย่างครบถ้วน พร้อมแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างชัดเจน รวมทั้งจะไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่มีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะวาระที่มีความสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
  2. การเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นและการบริหารงาน
    ปรากฏรายละเอียดในข้อสิทธิของผู้ถือหุ้น ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นและการมีส่วนร่วมในการบริหาร
  3. การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน
    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง รวมตลอดถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมทั้งได้กำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท หรือนำข้อมูลของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนไว้แล้วตามนโยบายการการกำกับดูแลกิจการ เกี่ยวกับการป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งได้ให้ความรู้แก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัท เกี่ยวกับภาระหน้าที่ในการรายงานการถือครองหลักทรัพย์ในบริษัทของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยบริษัทจะมีหนังสือแจ้งงดเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาก่อนวันอนุมัติงบการเงินไม่น้อยกว่า 1 เดือนและหลังจากอนุมัติงบการเงินแล้วไม่น้อยกว่า 1 วันในแต่ละไตรมาส เพื่อแจ้งให้กรรมการและผู้บริหารหลีกเลี่ยงการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องของกรรมการและผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์บริษัทและจำนวนการถือครองล่าสุดต่อที่ประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบทุกไตรมาสด้วย
  4. การมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร
    • การรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ
      บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่จัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียโดยให้เปิดเผยข้อมูลการดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในนิติบุคคลอื่น ทั้งของกรรมการหรือผู้บริหารที่รายงาน ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหารดังกล่าว เพื่อให้กรรมการมีข้อมูลในการพิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการต่างๆ ของบริษัทและบริษัทย่อยได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเลขานุการบริษัทเป็นผู้เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการและผู้บริหารดังกล่าว
    • การเข้าร่วมประชุมของกรรมการที่มีส่วนได้เสีย
      คณะกรรมการมีนโยบายห้ามกรรมการและผู้บริหารซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันหรือมีส่วนได้เสียกับวาระการประชุมเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้นๆ โดยให้อยู่ร่วมการประชุมเพียงเพื่อนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ทั้งนี้ การพิจารณาการมีส่วนได้เสียหรือเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันพิจารณาจากแบบรายงานการมีส่วนได้เสียประกอบกับข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างแท้จริง
  5. การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
    • รายการธุรกิจปกติหรือรายการสนับสนุนธุรกิจปกติที่มีเงื่อนไขการค้าทั่วไปและค่าตอบแทนสามารถคำนวณได้จากทรัพย์สินหรือมูลค่าอ้างอิง
      เนื่องจากรายการประเภทธุรกิจปกติหรือสนับสนุนธุรกิจปกติที่มีเงื่อนไขการค้าทั่วไปและค่าตอบแทนสามารถคำนวณได้จากทรัพย์สินหรือมูลค่าอ้างอิงไม่มีการจำกัดมูลค่าการเข้าทำรายการ เพื่อให้การทำรายการดังกล่าวที่แม้มีมูลค่าสูงได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยถูกต้องซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ฝ่ายบริหาร ได้แก่ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร หรือ ฝ่ายบริหาร (แล้วแต่กรณี) มีอำนาจพิจารณาอนุมัติเข้าทำรายการประเภทธุรกิจปกติหรือสนับสนุนธุรกิจปกติที่มีเงื่อนไขการค้าทั่วไปได้ เพื่อเป็นไปตามหนังสือสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ กลต.จ.(ว) 38/2551 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2551 เรื่อง คำแนะนำในการปฏิบัติตามมาตรา 89/12 (1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559
      ทั้งนี้ต้องรายงานการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบในการประชุมครั้งต่อไปทันที
    • รายการที่เกี่ยวโยงกันประเภทอื่นๆ
      บริษัทกำหนดให้คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอรายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาความสมเหตุสมผลและประโยชน์สูงสุดที่บริษัทจะได้รับจากการเข้าทำรายการดังกล่าว เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป แล้วแต่กรณี โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์เรื่องขนาดรายการตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ.2546 และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
      ทั้งนี้ กรรมการบริษัทที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันหรือมีส่วนได้เสียในวาระดังกล่าวจะไม่เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมคณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการบริษัทในวาระที่มีการพิจารณาดังกล่าว โดยบริษัทจะเปิดเผยการเข้าทำรายการตามหลักเกณฑ์ประกาศทั้งสองฉบับดังกล่าว พร้อมเปิดเผยในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีของบริษัท
3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders)

บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งภายในองค์กร ซึ่งได้แก่ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย และภายนอกองค์กร ได้แก่ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า เจ้าหนี้สถาบันการเงินผู้ให้กู้ ชุมชนใกล้เคียงโครงการไฟฟ้า และสังคมส่วนรวม โดยถือปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งสามารถติดต่อสอบถามหรือแจ้งร้องเรียนต่อกรรมการ หรือเลขานุการบริษัทโดยตรงผ่านทางอีเมล์ของทั้งสองช่องทางที่บริษัทเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทและแบบแสดงรายการข้อมูลโดยบริษัทมีการดูแลสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้

  1. การดูแลสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

    ผู้ถือหุ้น

    บริษัทตระหนักถึงบทบาทในการเป็นองค์กรภาคธุรกิจที่มีหน้าที่ในการสร้างผลกำไรในระยะยาวด้วยผลตอบแทนที่ดีและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นควบคู่ไปกับหน้าที่ในฐานะหน่วยหนึ่งของสังคมที่จะต้องดำเนินธุรกิจด้วยสำนึกรับผิดชอบเพื่อเป็นองค์กรที่มีการเติบโตที่ยั่งยืน บริษัทจึงกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเชื่อถือได้ต่อผู้ถือหุ้นเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องประกอบการตัดสินใจลงทุนในบริษัท ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมและสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ ได้ตลอดเวลา

    พนักงาน

    บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของพนักงานทุกคนในบริษัท ซึ่งเป็นกลจักรสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถพัฒนาและดำเนินธุรกิจให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต บริษัทจึงมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถ และทักษะด้านต่างๆ ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดูแลด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานทั้งในสำนักงานใหญ่และบริเวณโครงการไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

    1. การสรรหาและการว่าจ้าง
      บริษัทใช้ระบบสรรหาบุคลากรที่เป็นมาตรฐานหลากหลายช่องทางเพื่อสรรหาบุคลากรให้มีความเหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งให้มากที่สุด พร้อมการปลูกฝังค่านิยมที่ดีขององค์กรผ่านการสื่อสารอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องในช่องทางต่างๆ
    2. โครงสร้างและการประเมินผล
      แม้บริษัทจะมีโครงสร้างองค์กรและการประเมินผลที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยธุรกิจที่บริษัทเข้าลงทุนทยอยเปิดการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ส่งผลให้บริษัทมีการขยายขอบเขตการดำเนินงานอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้บริษัทมีโครงสร้างและการประเมินผลที่เป็นมาตรฐานและสามารถกำหนดโครงสร้างด้านบุคลากรและตำแหน่งงานของบริษัทและในแต่ละบริษัทย่อยได้อย่างชัดเจน ตลอดจนการแต่งตั้ง โยกย้าย ให้บำเหน็จรางวัลมีความโปร่งใสเหมาะสมแก่พนักงานตามศักยภาพการทำงานและพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานโดยรวมของพนักงานแต่ละคน รวมทั้งบริษัทได้นำระบบประเมินผลการปฏิบัติงานในรูปแบบดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ (Key Performance Indicator : “KPI”) มาใช้เป็นหลักเกณฑ์การพิจารณาประเมินผลพนักงานแต่ละคน ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าระบบการวัดผลที่มีความชัดเจนจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดแรงจูงใจให้กับพนักงานพัฒนาตนเองในการปฏิบัติงานและสร้างความมั่นใจถึงความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงานได้เป็นอย่างดี
    3. ค่าตอบแทนและสวัสดิการ
      บริษัทกำหนดนโยบายการจ่ายผลตอบแทนให้พนักงานทุกระดับอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานของพนักงานควบคู่กับผลการดำเนินงานของบริษัท ประเมินตามความรู้ความสามารถและผลงานในปีที่ผ่านมาของพนักงานแต่ละคนโดยพิจารณาเทียบเคียงกับอัตราเฉลี่ยผลตอบแทนพนักงานในธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่มีขนาดใกล้เคียงกัน นอกจากนี้บริษัทได้กำหนดสวัสดิการช่วยเหลือพนักงานด้านต่างๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิทธิในการรักษาพยาบาล และตรวจสุขภาพประจำปีในสถาพยาบาลที่มีมาตรฐาน เป็นต้น
    4. การจัดอบรมพัฒนาทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานควบคู่กับจริยธรรม
      บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรโดยจัดให้พนักงานทุกระดับเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติทั้งหลักสูตรพัฒนาด้านเทคนิควิชาชีพของแต่ละสายธุรกิจและหลักสูตรอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอหลักสูตรที่น่าสนใจและมีประโยชน์เพื่อรับการพิจารณาอนุมัติจัดส่งพนักงานเข้าร่วมอบรมตามอัตรางบประมาณการฝึกอบรมประจำปีของพนักงาน รวมถึงบริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของบริษัทร่วมกัน เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีความเคารพผู้อาวุโส และสิทธิของซึ่งกันและกัน ตลอดจนปลูกฝังแนวคิดและค่านิยมของระบบงานคุณภาพ ซึ่งจะสามารถสร้างความผูกพันและน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพนักงานทั้งบริษัทและบริษัทย่อย
      ทั้งนี้ การอบรมพัฒนาความรู้พนักงานปรากฏรายละเอียดอยู่ในหัวข้อนโยบายการพัฒนาบุคลากร-การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน
    5. สภาพแวดล้อมความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงาน
      บริษัทคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานบริษัทและบริษัทย่อยทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานและโครงการไฟฟ้าต่างๆ โดยบริษัทได้มีการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยและชีวอนามัยในการทำงาน รวมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบด้านความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนปรับปรุงสภาพการทำงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอตามหลักเกณฑ์ ISO และกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงานของทั้งบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานและพื้นที่โครงการทุกปี อีกทั้งกำหนดให้พนักงานใหม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนปฏิบัติงานด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพนักงานจะมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์และพร้อมปฏิบัติงานในหน้าที่ที่จะรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่และเป็นการสนับสนุนให้พนักงานตระหนักการดูแลสุขภาพร่างกายที่ถูกต้อง นอกจากนี้บริษัทยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัดและเคารพในความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ไม่นำข้อมูลส่วนตัว เช่น เงินเดือน ประวัติรักษาพยาบาล ประวัติครอบครัว ไปเปิดเผยให้บุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องตามบทบังคับของกฎหมาย ซึ่งจะทำให้พนักงานมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวที่ให้กับบริษัทจะไม่ถูกเปิดเผยโดยมิได้รับความยินยอมและเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของพนักงานเองเท่านั้น
      ทั้งนี้ รายละเอียดเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงานอยู่ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม-การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
    6. การปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์
      บริษัทมุ่งเน้นให้พนักงานบริษัทและบริษัทย่อยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของบริษัทหรือบริษัทย่อยอย่างเคร่งครัด โดยประกาศและเปิดเผยนโยบายการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Policy : “CG Policy”) เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นมาตรฐานความมุ่งหวังในการปฏิบัติงานและการประพฤติตนของพนักงาน รวมถึงคู่มือการปฏิบัติงาน (“Operate Manual”) ของทุกหน่วยงานที่ได้มีการจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและเปิดเผยในระบบ Intranet ของบริษัทเพื่อให้พนักงานรับทราบและน้อมนำไปปฏิบัติ พร้อมมีการกำชับผ่านสายการบังคับบัญชาให้พนักงานทุกระดับละเว้นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงหรือเข้าข่ายที่จะผิดกฎหมาย ทั้งความผิดอาญา หรือความผิดทางแพ่ง ตลอดจนป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาทั้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ตลอดจนส่งเสริมให้ใช้แนวทางการดำเนินงานและปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตไม่เกี่ยวข้องต่อการทุจริตในหน้าที่การงาน นอกจากนี้บริษัทได้กำหนดแนวทางการลงโทษกรณีที่สอบสวนพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือการกระทำผิด เริ่มจากการตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร พักงาน และเชิญออกจากงาน โดยพิจารณาจ่ายเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างเป็นธรรม

    เจ้าหนี้/สถาบันการเงินผู้ให้กู้

    บริษัทให้ความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือด้านการเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญากู้เงิน อย่างเคร่งครัด โดยควบคุมดูแลการบริหารจัดการด้านการเงินของบริษัทและบริษัทย่อยให้มีความชัดเจนและเป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าหนี้/สถาบันการเงินผู้ให้กู้ ตลอดจนมีการเปิดเผยรายงานการดำเนินการทางการเงินในรูปแบบต่างๆ อย่างโปร่งใสตามรอบระยะเวลาและการร้องขอจากเจ้าหนี้/สถาบันการเงินผู้ให้กู้ โดยที่ผ่านมาบริษัทและบริษัทย่อยชำระหนี้ตรงตามกำหนดเวลาและไม่มีการชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัดชำระหนี้ ตลอดจนไม่เคยมีการเจรจาขอผ่อนผันการชำระหนี้แต่อย่างใดซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินผู้ให้กู้ที่ให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ ของบริษัทถึงเสถียรภาพด้านการเงินของบริษัทบริษัทย่อยและบริษัทในเครือ

    คู่แข่งทางการค้า

    บริษัทปฏิบัติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่เสมอภาคและโปร่งใส โดยดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องตามกฎหมายและภายใต้หลักจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ รวมถึงรักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขันและหลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตใดๆ เพื่อทำลายคู่แข่งขันทางการค้า

    คู่ค้า

    เนื่องจากบริษัทประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์และระบบโคเจนเนอเรชั่น ดังนั้น ลูกค้าโดยตรงของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่บริษัทเข้าถือหุ้น คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐผู้รับซื้อไฟฟ้าและผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรม ดังนั้นภาคประชาชนจึงเป็นลูกค้าโดยอ้อมของบริษัท บริษัทจึงเล็งเห็นถึงประโยชน์สูงสุดที่เกิดจากประสิทธิภาพการจ่ายไฟฟ้าที่มั่นคงและมีเสถียรภาพนอกจากจะส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าแล้วยังส่งผลต่อเนื่องไปยังการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่มีการดำเนินงานอันมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงมอบนโยบายและดำเนินการตรวจสอบ รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อควบคุมให้มีผลการดำเนินงานที่ดี สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับกฟผ.ได้เต็มประสิทธิภาพ สม่ำเสมอ และเป็นไปตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า รวมทั้งประเมินความพึงพอใจของผู้รับซื้อไฟฟ้า โดยได้รับผลการประเมินในระดับที่ดีเยี่ยมต่อเนื่อง โดย ณ ปัจจุบันโครงการไฟฟ้าที่บริษัทเข้าลงทุนผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO ทุกโครงการแล้วอีกทั้งตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายปรับสมดุลด้านพลังงานของภาครัฐที่จะลดใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงสิ้นเปลืองและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงความมั่นคงด้านพลังงานของชุมชน สังคม และประเทศ ให้มีความยั่งยืนสืบต่อไป โดยรายละเอียดการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าปรากฏรายละเอียดอยู่ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม-การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

    ชุมชนและสังคม

    บริษัทสำนึกในบุญคุณของประเทศและตระหนักถึงบทบาทในฐานะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรภาคธุรกิจไทยและเป็นหน่วยหนึ่งของสังคมที่มีหน้าที่ต้องดำเนินธุรกิจด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาองค์กรยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ บริษัทจึงกำหนดนโยบายการดำเนินโครงการไฟฟ้าที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านพลังงานให้กับประเทศและมุ่งเน้นโครงการไฟฟ้าที่มีรูปแบบโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มที่เพื่อประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้าให้กับประเทศด้วยมุ่งหวังเป็นกลจักรหนึ่งที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป

    นอกจากการคำนึงถึงประโยชน์ที่สังคมได้รับผ่านการดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้ว บริษัทยังคำนึงถึงการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมของชุมชนบริเวณใกล้เคียงโครงการไฟฟ้าต่างๆ ที่บริษัทเข้าลงทุนและในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้เกิดการพัฒนาของชุมชนและปลูกฝังสำนึกการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและจิตสาธารณะ

    ทั้งนี้รายละเอียดกิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคมรายละเอียดอยู่ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม-กิจกรรมเพื่อสังคมที่บริษัทได้ร่วมสนับสนุน

  2. การดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิและบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

    บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน จึงได้จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน (“whistleblower”) ถึงการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย พฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต หรือประพฤติมิชอบของบุคลากรของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงความบกพร่องของระบบควบคุมภายในทั้งจากพนักงานและมีผู้ส่วนได้เสียอื่น รวมทั้งมีกลไกในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยการกำหนดแนวทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ดังนี้

    • การร้องเรียน:
      บริษัทจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนไปยังระดับผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท 3 ช่องทาง ดังนี้
    • การดำเนินการ:
      ผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมรายละเอียด พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการในแต่ละเรื่อง
    • การรายงานผล:
      เลขานุการบริษัท ผู้บริหาร หรือกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบและรายงานผู้มีส่วนได้เสียต่อไป

    ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครอง นโยบายเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับและการจำกัดกลุ่มผู้รับทราบข้อมูลและเปิดเผยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน ซึ่งบุคคลผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนสามารถเลือกเปิดเผยตัวหรือไม่ประสงค์ออกนามและเมื่อเห็นเป็นการสมควรบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองพิเศษหากเกิดกรณีที่มีแนวโน้มและสามารถคาดหมายได้ว่าอาจเกิดความเดือดร้อนหรือไม่ปลอดภัยและผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียนจะได้รับการบรรเทาความเสียหายหรือค่าชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรมจากบริษัท หรือบุคคลผู้ก่อความเสียหายภายใต้กลไกการบริหารงานและหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย

    บริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตรูปแบบต่างๆ ใน CG Policy และอยู่ในระหว่างกำหนดแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพิ่มเติม

    ทั้งนี้ นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รายละเอียดอยู่ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม-การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

  3. การเคารพสิทธิตามหลักสิทธิมนุษยชน

    กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยทุกคนจะได้รับการปฏิบัติจากบริษัทและบริษัทย่อยโดยคำนึงสิทธิตามหลักสิทธิมนุษยชน และสิทธิพลเมืองโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงบริษัทและบริษัทย่อยได้กำหนดแนวทางในการจัดจ้างแรงงานทั้งพนักงานประจำและลูกจ้างให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการว่าจ้างแรงงาน และหลักเกณฑ์ตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานที่ทำงานมีความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่เหมาะสม และในขณะเดียวกันกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานจะต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่นด้วยเช่นกัน บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดช่องทางการสื่อสาร เสนอแนะและร้องทุกข์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน เพื่อให้เกิดบุคลากรของบริษัทและบริษัทย่อยเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมในการบริหารงาน ซึ่งจะส่งผลต่อความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรให้กับพนักงานทุกคนของบริษัทและบริษัทย่อย และก่อให้เกิดการตระหนักถึงพันธะหน้าที่ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์กร ตลอดจนสร้างความเข้าใจและสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกัน โดยในขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดช่องทางการสื่อสารเพื่อแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนระหว่างบริษัทกับบุคคลภายนอก เพื่อรับทราบปัญหา ผลกระทบ หรือข้อควรปรับปรุงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือบริษัทย่อย ตลอดจนข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการและกำกับดูแลให้กับบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทและบริษัทย่อยไม่เคยได้รับรายงานหรือปรากฏข้อพิพาทด้านแรงงานหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด

  4. การเคารพสิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

    บริษัทกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่สะท้อนถึงการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัด รวมทั้งกำหนดใน Operation Manual เพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสารและการยึดถือปฏิบัติของพนักงาน กล่าวคือ กำหนดห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทนำผลงานหรือข้อมูลอันมีลิขสิทธิ์มาใช้ประโยชน์ หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์อย่างเด็ดขาดโดยกำหนดให้โปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทเพื่อปฏิบัติงานต้องเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์โดยถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

  5. การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร

    ด้วยพันธกิจที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดี มั่นคง พร้อมให้ความสำคัญในอันที่จะสร้างประโยชน์และลดผลกระทบจากโครงการต่างๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน นอกจากการเลือกลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอน พร้อมมอบนโยบายเพื่อปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ตลอดจนควบคุมให้โครงการไฟฟ้าของบริษัททั้งที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ในระหว่างการก่อสร้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงหลักเกณฑ์ของมาตรฐาน ISO อย่างเคร่งครัด พร้อมฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุลและการเติบโตของชุมชนควบคู่ไปกับการคงอยู่ของสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    ปัจจุบันโครงการไฟฟ้าของบริษัทกว่าร้อยละ 90 เป็นโครงการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้แก่ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำและโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งนี้บริษัทยังมุ่งที่จะพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร รายละเอียดอยู่ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม-การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามรอบระยะเวลาและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนบุคคลทั่วไปได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีรายละเอียดการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส ดังนี้

  1. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล
    บริษัทมีการเปิดเผยผลการดำเนินงานตามรอบระยะเวลาต่างๆ และตามเหตุการณ์สำคัญ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ โดยมีการเปิดเผยผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.ckpower.co.th ซึ่งจะมีการปรับปรุงข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบันอยู่เสมอและมีระบบตรวจสอบการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นและเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นสามารถค้นหาข้อมูลของบริษัทที่ต้องการได้อย่างทั่วถึงและสะดวกมากยิ่งขึ้น บริษัทได้นำเสนอข้อมูลสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย
    • ข้อมูลทั่วไปของบริษัท ได้แก่ ประวัติความเป็นมา วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายและกลยุทธ์ ประเภทโครงการไฟฟ้าที่บริษัทเข้าลงทุน ผลการดำเนินงานโครงการและตามที่ได้มีการเสนอแก่นักวิเคราะห์ หรือสาธารณชน โครงสร้างการจัดการ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงข้อมูลโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เป็นต้น
    • ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ได้แก่ รายงานทางการเงิน สรุปข้อมูลการวิเคราะห์ผลการดำเนินการในแต่ละช่วงเวลา ข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ ข่าวหลักทรัพย์ ข้อมูลสำหรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้สนใจทั่วไปตามที่ได้มีการนำเสนอแก่นักวิเคราะห์ หรือสาธารณชน เป็นต้น
    • การกำกับดูแลกิจการ ได้แก่ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี รายงานประจำปี เอกสารการประชุมและวีดีโอภาพการประชุมผู้ถือหุ้นช่องทางต่างๆ ในการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ข่าวการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
    นอกจากการเปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์แล้ว บริษัทได้นำส่งหนังสือเชิญประชุมหรือเอกสารต่างๆ ตามรอบระยะเวลาการประชุมผู้ถือหุ้น หรือตามหลักเกณฑ์การนำส่งเอกสารให้กับผู้ถือหุ้นของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวคือ บริษัทได้นำส่งแบบ 56-1 ให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าก่อนครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคมของแต่ละปีและนำส่งรายงานประจำปีในรูปแบบซีดีให้กับผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 120 วันนับแต่สิ้นสุดรอบบัญชี โดยในแต่ละปีบริษัทได้นำส่งเอกสารเชิญประชุมพร้อมรายงานประจำปีในรูปแบบซีดีให้กับผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนการประชุมสามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 14 วันและบริษัทยังนำส่งรายงานประจำปีแบบรูปเล่มสำหรับผู้ถือหุ้นที่แจ้งความประสงค์รับด้วย อีกทั้งได้เปิดเผยรายงานประจำปีบนเว็บไซต์ของบริษัทในวันเดียวกันกับที่ได้นำส่งหนังสือเชิญประชุมและรายงานประจำปีให้กับผู้ถือหุ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลผลการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที นอกจากเอกสารที่ต้องนำส่งตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว บริษัทยังให้ข้อมูลความเคลื่อนไหวและเปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทผ่านเว็บไซต์บริษัทและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมถึงจัดให้มีการพบปะนักวิเคราะห์ผ่านกิจกรรมของทางตลาดหลักทรัพย์หรือที่ได้รับเชิญจากหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงที่บริษัทจัดขึ้นเองทุกไตรมาสอีกด้วย
    ทั้งนี้บริษัทได้จัดช่องทางเปิดเผยและชี้แจงข้อมูลบริษัทเพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถรับทราบถึงข้อมูลของบริษัทอย่างชัดเจน เท่าเทียม ถูกต้อง ครบถ้วนและทันท่วงทีผ่านหน่วยงานกลางของบริษัท คือ นักลงทุนสัมพันธ์ซึ่งมีหน้าที่ในการติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุนและผู้ที่สนใจทั่วไป โดยในปี 2560 บริษัทจัดให้มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ดังนี้
    • การประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อชี้แจงผลการดำเนินงาน (Analyst Meeting) จำนวน 4 ครั้ง
    • การประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศที่มาพบผู้บริหาร รวมทั้งการประชุมทางโทรศัพท์ (Company Visit and Conference call) จำนวน 8 ครั้ง
    • การพบปะนักลงทุน นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย ทั้งในและต่างประเทศ (Road Show) จำนวน 4 ครั้ง
    • การตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการดำเนินงานและทิศทางการดำเนินธุรกิจ ในอนาคตทางโทรศัพท์และอีเมล์ เป็นต้น
  2. การจัดทำและนำส่งรายงานทางการเงิน
    คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานงบการเงินที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง สมเหตุสมผล และโปร่งใส ซึ่งสามารถป้องกันการทุจริตและตรวจสอบการดำเนินการที่ผิดปกติและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย ดังนั้น งบการเงินของบริษัทจึงจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย และปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวัง รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอครบถ้วนในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
    บริษัทได้คัดเลือกผู้สอบบัญชีที่มีความรู้ความชำนาญในวิชาชีพมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทที่จะส่งผลทำให้ขาดความเป็นอิสระทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของบริษัท โดยมีการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีเมื่อผู้สอบบัญชีคนดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่ครบ 5 ปี เพื่อเป็นความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระและเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการ นอกจากนี้ บริษัทจัดให้มีการทำบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (“Management Discussion and Analysis”) เพื่ออธิบายเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางการเงินในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทราบเป็นรายไตรมาสทุกไตรมาส โดยเปิดเผยผ่านระบบ SET Portal ของตลาดหลักทรัพย์พร้อมการนำส่งงบการเงิน พร้อมจัดให้มีการเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อความสะดวกให้กับผู้สนใจอีกช่องทางหนึ่งด้วย โดยที่ผ่านมาบริษัทเปิดเผยงบการเงินทั้งรายไตรมาสและรายปีล่วงหน้าก่อนครบกำหนดเวลาการเปิดเผย อีกทั้งบริษัทไม่เคยมีประวัติถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินแต่อย่างใด
    ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้มีการสอบทานระบบควบคุมภายในให้มีประสิทธิภาพผ่านคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจได้อย่างมีเหตุผลว่าการบันทึกข้อมูลทางการบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน และเพื่อให้ทราบจุดอ่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือการดำเนินการที่ผิดปกติอย่างมีสาระสำคัญ
  3. เกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการผู้บริหาร
    บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารงดเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทในช่วงเวลาก่อนวันอนุมัติงบการเงินไม่น้อยกว่า 1 เดือนและหลังจากอนุมัติงบการเงินแล้วไม่น้อยกว่า 1 วันโดยบริษัทจะมีหนังสือแจ้งขอให้กรรมการและผู้บริหารรวมถึงคู่สมรสและ บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะงดเว้นการซื้อขายหรือหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ โดยรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทในแต่ละไตรมาส นอกจากนี้บริษัทได้กำหนดให้พนักงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของบริษัทที่อาจมีผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ละเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์หรือรอจนกระทั่งประชาชนได้รับข้อมูลและมีเวลาประเมินข้อมูลนั้นตามสมควรแล้ว เพื่อเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมตาม CG Policy ของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดให้กรรมการหรือผู้บริหารรายงานมายัง หน่วยงาน Compliance เมื่อมีการซื้อขายหรือเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ เพื่อให้บริษัทร่วมกับกรรมการหรือผู้บริหารคนนั้นๆ ในการจัดทำรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างครบถ้วนและภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่
    • รายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท (แบบ 59-1) เมื่อได้รับการแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
    • รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ทุกครั้งเมื่อมีการซื้อขายหรือเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท (“แบบ 59-2”) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการซื้อขายหรือเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ดังกล่าว
    นอกจากนี้บริษัทยังได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและผู้เกี่ยวข้องให้บริษัททราบ โดยจะแจ้งในครั้งแรกที่เข้าดำรงตำแหน่ง ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง และทางบริษัทจะสอบถามการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอเป็นรายปี เพื่อใช้ประกอบการปรับปรุงข้อมูลส่วนได้เสียให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้บริษัทมั่นใจได้ว่าการพิจารณาเข้าทำรายการรวมถึงการดำเนินการต่างๆ มีความโปร่งใสและไม่มีกรรมการหรือผู้บริหารมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้อง
5. ความรับผิดชอบของกรรมการ (Responsibilities of the Board of Directors)

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

1.1 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในระดับตำแหน่งผู้บริหารจากองค์กรต่างๆ จากหลากหลายวิชาชีพ ได้แก่ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านบริหาร ด้านบัญชี ด้านวิศวกรรม และด้านกฎหมายซึ่งมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในการที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่มีการดำเนินงานอันมีประสิทธิภาพและมีคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัทผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ได้แก่ บัญชี การเงิน บริหาร และวิศวกรรม เพื่อให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ทั้งในด้านเทคนิคและการบริหารงานให้กับบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงสามารถนำประสบการณ์ ความรู้ และความสามารถมาพัฒนาและกำหนดนโยบายทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ และภาพรวมขององค์กร ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตามผลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทของบริษัทและบริษัทย่อยจะมีการประชุมเพื่อทบทวนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามเป้าหมายและอยู่ในงบประมาณที่กำหนดหรือไม่อย่างไร ตลอดจนแผนการดำเนินงานในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างต่อเนื่องทุกปี
คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ ภารกิจ หรือกลยุทธ์ของบริษัทร่วมกันอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเพื่อพิจารณาและการทบทวนกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานประจำปีและเมื่อมีการพิจารณาอนุมัติดำเนินการธุรกรรมที่มีความสำคัญ เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจต่อไป

1.2 โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการทั้งสิ้น 12 คน แบ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 คนและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 7 คน โดยมีสัดส่วนกรรมการอิสระ 4 คน (รวมประธานกรรมการบริษัท) คิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ซึ่งโครงสร้างกรรมการดังกล่าวจะทำให้เกิดการถ่วงดุลในการออกเสียง เพื่อพิจารณาในเรื่องต่างๆ นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย จำนวน 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

1.3 กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งกลับเข้าดำรงตำแหน่งได้อีก โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้งกำหนดให้กรรมการออกจากตำแหน่งในสัดส่วน 1 ใน 3

1.4 ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบายกำกับดูแลและการบริหารงานประจำ โดยคณะกรรมการได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของประธานกรรมการอย่างชัดเจน ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระตามความหมายของตลาดหลักทรัพย์ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร

2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

2.1 คณะกรรมการจัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการและกำหนดให้มีการทบทวนความเหมาะสมของนโยบายดังกล่าวอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้งผ่านการประชุมคณะกรรมการบริษัท อีกทั้งส่งเสริมการสื่อสารให้บุคลากรทุกคนในองค์กรได้เข้าใจถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการเพื่อการปฏิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วน

2.2 บริษัทกำหนดให้กรรมการบริษัทปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (“Code of Best Practice”) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ โดยคณะกรรมการบริษัทต้องเข้าใจและทราบถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตนและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

2.3 คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดนโยบาย เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ แผนธุรกิจ ตลอดจนงบประมาณของบริษัทและกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงานและงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม

2.4 คณะกรรมการจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ทั้งแบบรายบุคคลและแบบรายคณะซึ่งมีเนื้อหาของแบบประเมินตามตัวอย่างแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการที่ออกโดยตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นแนวทางให้กับบริษัทจดทะเบียนนำไปใช้เป็นแบบประเมินตนเองของกรรมการของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์

2.5 เพื่อเป็นการควบคุมดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่บริษัทเข้าลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพเสมือนเป็นหน่วยงานหนึ่งของบริษัท คณะกรรมการจึงได้กำหนดนโยบายการควบคุมและกลไกการกำกับดูแลกิจการที่บริษัทเข้าไปลงทุน (“Control Policy”) เพื่อใช้เป็นกลไกในการควบคุมดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วมต่างๆ เหล่านั้น ด้วยประสงค์ให้บริษัทย่อยและบริษัทร่วมดังกล่าวมีการบริหารจัดการและระบบควบคุมภายในที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์อย่างถูกต้องครบถ้วนเช่นเดียวกันกับบริษัทในรายการที่สำคัญ

2.6 บริษัทกำหนดเป็นข้อบังคับให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุก 3 เดือน อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง และขอความร่วมมือให้กรรมการทุกคนเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันโดยเฉพาะประธานกรรมการและประธานกรรมการชุดย่อย ซึ่งที่ผ่านมามีกรรมการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการทั้งคณะเฉลี่ยรวมกันไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของการประชุมตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีและในครั้งที่มีการพิจารณาวาระที่สำคัญกรรมการทุกคนจะเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง เพื่อร่วมพิจารณาวาระที่สำคัญดังกล่าวร่วมกัน

2.7 บริษัทให้ความสำคัญในข้อมูลที่คณะกรรมการจะใช้ประกอบการพิจารณาเป็นอย่างมาก จึงได้กำหนดในนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดส่งเอกสารการประชุมให้กรรมการต้องไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วน อย่างไรก็ตามจะต้องจัดส่งเอกสารให้กรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ

นอกจากหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว บริษัทยังกำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่

(1) นโยบายป้องกันเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทให้ความสำคัญต่อการพิจารณารายการต่างๆ อย่างโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเป็นสำคัญ จึงมีนโยบายในการป้องกันรายการที่อาจเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือรายการระหว่างกัน ดังนี้

  • กรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์ หรือรายการเกี่ยวโยงในกิจการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งบริษัทจะจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการหรือผู้บริหารรายนั้นๆ
  • หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันกับกรรมการที่อาจก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท ในกรณีที่จำเป็นต้องทำรายการให้มีการนำเสนอรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ก.ล.ต. กำหนด
  • กรรมการผู้มีส่วนได้เสียในวาระใดจะต้องงดออกเสียงและไม่เข้าร่วมประชุมในวาระดังกล่าว
  • ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัทและจริยธรรมธุรกิจของบริษัท ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้บริษัทเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลความเข้าใจในการถือปฏิบัติของพนักงานทั่วทั้งบริษัท

(2) ข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ

เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทมีข้อพึงปฏิบัติที่ดีงามและประพฤติตนอยู่ในแนวทางที่เหมาะสมต่อการประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ ตลอดจนมีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใสเป็นสำคัญ จึงกำหนดให้มีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจขึ้นไว้เป็นมาตรฐานเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและถือเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยได้กำหนดข้อพึงปฏิบัติด้านต่างๆ ได้แก่

  1. ข้อพึงปฏิบัติด้านการดำเนินธุรกิจของบริษัท ที่กำหนดให้ต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ การปฏิบัติต่อพนักงาน การสร้างค่านิยมที่คำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
  2. ข้อพึงปฏิบัติของกรรมการบริษัทที่กำหนดให้กรรมการบริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม รอบคอบ และระมัดระวัง แบ่งแยกการดำเนินธุรกรรมส่วนตัวออกจากธุรกรรมบริษัทอย่างสิ้นเชิง โดยต้องรักษาความลับของบริษัทและไม่เปิดเผยโดยมิได้รับอนุญาตจากบริษัท พร้อมยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงไม่รับเงิน ของขวัญ และไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่การเป็นกรรมการเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
  3. ข้อพึงปฏิบัติของผู้บริหารที่กำหนดให้ผู้บริหารต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้กรอบศีลธรรมประเพณีอันดีงามและตัดสินใจดำเนินการใดๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพนักงาน รวมถึงต้องยึดมั่นในจริยธรรม ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม เคารพสิทธิและการแสดงออกของพนักงาน
  4. ข้อพึงปฏิบัติของพนักงานที่กำหนดให้พนักงานต้องปฏิบัติตนตามกฎระเบียบข้อบังคับในการทำงานอย่างเคร่งครัด มีความซื่อสัตย์ สุจริต อุตสาหะ หมั่นเพียร และมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น มีทัศนคติที่ดี ให้ความเคารพผู้อาวุโสและผู้บังคับบัญชา ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ละเว้นพฤติกรรมเสื่อมเสียและไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับที่ได้รับทราบจากการปฏิบัติหน้าที่มีความสามัคคี เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ปฏิบัติงานโดยมุ่งถึงประโยชน์สูงสุดโดยรวมขององค์กร ตลอดจนใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  5. ข้อพึงปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยการบริการที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต และคงประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า และส่งผลต่อไปยังการพัฒนาสังคมโดยรวม
  6. ข้อพึงปฏิบัติต่อคู่ค้าด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และความเสมอภาค

(3) ระบบการควบคุมภายใน

บริษัทให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในสำหรับทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ จึงได้มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ อำนาจดำเนินการอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรและมีสำนักตรวจสอบภายเพื่อทำหน้าที่สอบทานให้มีการปฏิบัติตามระบบควบคุมภายใน รวมทั้งมีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบในการอนุมัติการบันทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศและการจัดเก็บดูแลทรัพย์สินออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการควบคุมภายในเกี่ยวกับระบบการเงิน โดยบริษัทได้จัดให้มีระบบรายงานทางการเงินเสนอผู้บริหารสายงานที่รับผิดชอบ นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยยังวางแผนในการใช้ผู้ตรวจสอบบัญชีรายเดียวกันเพื่อความสะดวกในการควบคุมและจัดการด้านบัญชีและการเงินและมีการกำหนดให้มีการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีทุก 5 ปีในทุกบริษัทด้วย
บริษัทมีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถวัดผลการดำเนินงานได้ โดยฝ่ายจัดการจะมีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานจริงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยจะมีการประเมินปัจจัยความเสี่ยงทั้งที่มาจากภายนอกและภายในที่พบในการดำเนินงาน วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เป็นสาเหตุและมีการกำหนดมาตรการในการติดตามเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของปัจจัยความเสี่ยง รวมทั้งมาตรการในการลดความเสี่ยง รวมถึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเสี่ยงนั้นๆ อย่างต่อเนื่องและรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท

(4) การบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยงเพื่อทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติการบริหารความเสี่ยงของบริษัทและรับทราบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทย่อย ตลอดจนติดตามและรับทราบแผนการจัดการความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อย โดยมีหน้าที่รายงานปัญหาอุปสรรคด้านความเสี่ยงที่สำคัญและความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส

(5) ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

บริษัทมีการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ทั้งนี้รายละเอียดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารอยู่ในหัวข้อค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร - ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทและค่าตอบแทนผู้บริหารของบริษัท

(6) การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท โดยรายละเอียดการฝึกอบรมอยู่ในหัวข้อนโยบายการพัฒนาบุคลากร - การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน

(7) รายงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน และดูแลให้มีการจัดทำรายงานทางการเงินอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามมาตรฐานทางบัญชีที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทอย่างโปร่งใสและเพียงพอ โดยฝ่ายบริหาร และ/หรือ ผู้สอบบัญชีประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท รวมทั้งสารสนเทศทางการเงิน (รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน) ที่ปรากฏในรายงานประจำปี งบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีรับรองทั่วไปและตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสนเทศที่สำคัญ ทั้งข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่การเงิน และดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ